ที่อยู่

สำนักงานใหญ่ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด(มหาชน)
อาคารมหานครยิบซั่ม 539/2 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี
กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 02-700-9400
อีเมล csc.tgp@saint-gobain.com

สมัครติดตามข่าวสาร

ISSUU

แซง-โกแบ็ง” เปิดตัว Chief Operation Officer คนใหม่

               บริษัท แซง-โกแบ็ง ประเทศไทย ในเครือของบริษัทข้ามชาติของฝรั่งเศส เป็นผู้นำหลัก 2 กลุ่มธุรกิจ คือ  กลุ่มวัสดุนวัตกรรม ได้แก่ วัสดุกระจกแผ่นเรียบและวัสดุประสิทธิภาพสูง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร เครือแซง-โกแบ็ง มีศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดธุรกิจก่อสร้างอย่างเข้มแข็ง และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบแก่ผู้บริโภค  นับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับงานขัดครบวงจร ซึ่งรวมถึงพลาสติกประสิทธิภาพสูง แผ่นยิปซัมและปูนสำหรับงานอุตสาหกรรม โดยมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยมากกว่า 1,300 คน และมีรายรับมากกว่า 200 ล้านยูโรในปี 2558

ในปี 2563 บริษัท แซง-โกแบ็ง พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านกระจกที่เป็นธุรกิจแรกเริ่มของตน มาบุกตลาดในประเทศไทย เสริมธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ทั้งธุรกิจยิปซั่ม ในเเบรนด์ Gyproc, กาวซีเมนต์ ยาเเนว และเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ในเเบรนด์เวเบอร์, ฉนวน และท่อดักอากาศคุณภาพสูง ในชื่อ เเบรนด์ Isover และ Climaver ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของกรรมการผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operation Officer)  คนใหม่ คุณศิวารยา ศรีติรัตน์  ผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และพร้อมเป็นผู้นำทางธุรกิจเพื่อความคุ้มค่าและปลอดภัยอย่างสูงสุดแก่ผู้บริโภค ในประเทศไทย

คุณศิวารยา ศรีติรัตน์ กรรมการผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการ(Chief Operation Officer) ของบริษัท แซง-โกแบ็ง ประเทศไทย เปิดเผยความเป็นมาของบริษัทว่า บริษัทแซง-โกแบ็ง  บริษัทเก่าแก่สัญชาติฝรั่งเศสมีอายุมากกว่า 350 ปี เป็นผู้นำด้านวัสดุก่อสร้าง โดยเริ่มต้นจากธุรกิจกระจกเป็นอย่างแรก ก่อนขยายธุรกิจไปหลากหลายไปทั่วโลก มีโรงงานอยู่ประมาณ 1,000 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 170,000 คน

สำหรับในประเทศไทย แซง-โกแบ็ง มีธุรกิจ 5 อย่าง เป็นธุรกิจผลิตภัณฑ์ปูนยิปซัม และแผ่นยิปซัม ธุรกิจผลิตยาแนว กระจกรถยนต์ทั้งภายในและภายนอก ธุรกิจพลาสติกที่เป็นชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องบิน และธุรกิจเครื่องเจียร  พร้อมโรงงาน 3 แห่งได้แก่ โรงงานผลิตยิปซัมที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี โรงงานบริษัทเวเบอร์ผลิตกาวซีเมนต์ ยาแนวที่จ.สระบุรีและโรงงานผลิตกาวซีเมนต์ของเวเบอร์อีกแห่งที่อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ขณะเดียวกันยังมีคลังสินค้า 4 แห่ง

ส่วนธุรกิจกระจกที่จะบุกตลาดในประเทศไทยนั้น เป็นกระจกนำเข้า  จากโรงงานผลิตกระจกใต้แบรนด์แซง-โกแบ็ง ในอินเดีย เป็นกระจกระดับพรีเมียม สำหรับใช้ภายในอาคารและนอกอาคาร ซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะและแตกต่างไปจากกระจกในท้องตลาดเจ้าเดิม ๆ (Niche Market) ในประเทศ อาทิ  เป็นกระจกช่วยลดความร้อน  กระจกช่วยประหยัดพลังงาน  กระจก ป้องกันเสียงจากข้างนอกเข้าไปข้างในหรือป้องกันเสียงจากข้างในออกไปข้างนอก กระจก ป้องกันระเบิด หรือป้องกันกระสุน หรือมีการออกแบบด้านเทคนิคเฉพาะเพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยจะทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มสถาปนิก และเน้นกลยุทธ์ให้ความรู้แก่ทีมงาน ช่างเทคนิคต่าง ๆ และลูกค้า อีกทั้งมีการรับรองคุณภาพเพื่อความเชื่อมั่นในสินค้า

ทั้งนี้บริษัทมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในทุกเซกเมนต์ที่ต้องการในเรื่องประสิทธิภาพหรือการประหยัดพลังงาน ทั้งกลุ่มผู้พัฒนาบ้านและคอนโดหรู  โรงพยาบาล  โรงแรม  และยังมุ่งตอบสนองลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง เพื่อทำให้การอยู่อาศัยในอาคารหรือในบ้านนั้นแล้วรู้สึกสบาย

“เราต้องการเสนอความแตกต่างให้กับลูกค้าในไทย ทำให้เห็นว่า กระจกไม่ใช่แค่ ใช้ประดับตกแต่ง แต่สามารถทำหน้าที่พิเศษได้ด้วย”

คุณศิวารยา กล่าวต่อว่า แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ แต่ก็มีผลทำให้ผู้บริโภคมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มขึ้นเมื่อคิดวางแผนทำอะไร การคำนึงถึงความคุ้มค่าการใช้จ่าย เรื่องสุขภาพและความปลอดภัย ตรงนี้จึงเป็นโอกาสเสนอสิ่งที่เป็นความต้องการของลูกค้าได้

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรือธงในธุรกิจกระจกได้แก่ กลุ่มกระจกกันความร้อน ประหยัดพลังงานในสัดส่วน 30%  กลุ่มกระจกภายใน30% และกลุ่มกระจกผนัง 40% ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนากระจกที่สามารถทำหน้าที่คล้ายมอนิเตอร์ รองรับการเชื่อมต่อข้อมูล  โดยตัวอย่างอาคารที่ใช้กระจกของ แบรนด์แซง-โกแบ็ง เช่น อาคารรัฐสภาใหม่ และจุดชมวิวบนอาคารสูงหลายแห่งที่ทุกคนเชื่อมั่นในความแข็งแกร่ง

ทั้งนี้แซง-โกแบ็ง คาดหวังส่วนแบ่งตลาดเพียง 5-10% ในส่วนของตลาดกระจกพรีเมียมในไทยเท่านั้น  โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 100 ล้านบาทภายใน 1 ปี นอกจากนี้ยังมีการส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน เช่น กัมพูชา ลาวและเมียนมา​ เป็นต้น

สุดท้ายคุณศิวารยา ได้กล่าวถึงแนวทางที่ตนยึดมั่นในการทำธุรกิจในไทยภายใต้หน้าที่ใหม่ว่า “ แซง-โกแบ็ง   เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในระดับโลก สิ่งหนึ่งที่เรามีความมั่นใจคือ ในเรื่องของนวัตกรรมและความยั่งยืน ซึ่งเราเพิ่งสมัครเป็นสมาชิกองค์กรธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย

แซง-โกแบ็ง  จะเน้นมากเรื่องความยั่งยืน  สินค้าและผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจึงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม  สุดท้ายจะใช้ดิจิตอลในการทำงาน  กล่าวได้ว่า แซง-โกแบ็ง  จะเน้นใน 3 เรื่องคือ Innovation นวัตกรรม Sustainable ความยั่งยืนและ Digitalization การใช้ดิจิตอล และจะเป็นแนวทางในการทำธุรกิจที่เหมือนกันทั่วโลกของเครือแซง-โกแบ็ง 

เช่นเดียวกับสโลแกนการทำงานที่ว่า  "Making  the world a better home"  "ทำให้โลกเป็นบ้านที่ดีขึ้นกว่าเดิม ของแซง-โกแบ็งทั่วโลก"

We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website. if you continue without and close this layer, we'll assume that you are happy to receive all cookies from us, if you want to get more information, please refer to our dedicated page about our cookies.